๑)  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงงานหนักอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ต้องทรงอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะแพทย์ ทั้งนี้เพราะความสุขของพระองค์ไม่ใช่ประทับอยู่ในพระราชวัง  แต่ความสุขของพระองค์ คือ 
“ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ คือ การได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง”  นี่คือความสุขของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ 
      
ความสุขของพ่อหลวง คือ  การที่พสกนิกรชาวไทย  มีความเป็นอยู่ที่ดี  กินอยู่อย่างพอเพียงพอประมาณ มีศีลธรรม คุณธรรม ในการดำรงชีวิต

                     


๒)  เพื่อรักษาดินแดนส่วนใหญ่ของประเทศไว้  อันเป็นลักษณะของการยอมเสียประโยชน์ส่วนน้อย เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนใหญ่ไว้ คือ เอกราช   พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชอุตสาหะทุ่มเทความพยายามอย่างยิ่งที่จะป้องกันพระราชอาณาจักรให้ดีที่สุด  แต่ไทยก็ไม่สามารถต้านทานการคุกคามของประเทศมหาอำนาจตะวันตกได้ พระองค์ทรงมีความเศร้าโศก เสียพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง  ถึงกับทรงประชวร และไม่ยอมเสวยพระโอสถ      พระองค์ทรงมีพระราชหัตถเลขา “ขอลาตาย” แด่บรรดาผู้ใกล้ชิดของพระองค์     สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ  พระราชอนุชา ทรงเป็นพระองค์หนึ่ง ที่ได้รับพระราชหัตถเลขาดังกล่าว ในครั้งนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงมีความทุกข์ร้อนเป็นอันมาก ทรงมีลายพระหัตถ์ตอบพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไปทันที เนื้อความแสดงออกถึงความรู้สึกให้เห็นว่า ในสถานการณ์ เช่นนั้นเป็นกรณีพิเศษที่มิใช่เกิดจากความผิดพลาดของรัชกาลที่ ๕ หากเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ใครก็ตามไม่ว่าจะมีความสามารถแค่ไหน ก็ยากจะหลีกเลี่ยงได้พ้น กล่าวกันว่า เมื่อรัชกาลที่ ๕ ได้รับลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพฉบับดังกล่าว   ทรงมีพระทัยเริ่มเสวยพระโอสถที่แพทย์ถวาย จนมีพระอาการดีขึ้น  และมีพระอนามัยสมบูรณ์ดีในระยะต่อมา

๓)  "...การที่เป็นพระเจ้าแผ่นดินไม่ใช่สำหรับมั่งมี ไม่ใช่สำหรับคุมเหงคนเล่นตามชอบใจ มิใช่เกลียดไว้แล้ว จะได้แก้เผ็ด มิใช่เป็นผู้สำหรับจะกินนอนสบาย…เป็นเจ้าแผ่นดินสำหรับแต่เป็นคนจนและเป็นคนที่อดกลั้นต่อสุขต่อทุกข์ อดกลั้นต่อความรักและความชัง อันจะเกิดฉิวขึ้นมาในใจ หรือมีผู้ยุยง เป็นผู้ปราศจากความเกียจคร้าน..และเป็นผู้ป้องกันความทุกข์ของราษฎร  ซึ่งอยู่ในอำนาจปกครอง…"  ใครจะพูดอย่างไร ดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตนในด้านใดๆ ก็ตาม แต่ในจิตใจของข้าราชการกองทัพบกและประชาชนที่จงรักภักดี พระมหากษัตริย์ยังทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพและศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวให้ประชาชนมีความสามัคคีและแรงผลักดันให้คนไทยสามารถฝ่าฟันวิกฤตต่างๆ จนสามารถดำรงความเป็นเอกราชมาถึงทุกวันนี้

     


พระองค์ทรงเป็นวีรบุรุษในหัวใจของคนไทยทุกหมู่เหล่า เพราะต่างก็ตระหนักดีว่า ไม่มีพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในโลก ที่จะยอมเหน็ดเหนื่อยทุกข์ยากเพื่อราษฎรได้ยาวนานดังเช่นที่พระองค์ทรงตรากตรำมาทั้งชีวิต
“ เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม "

               ๔)             ทรงกระทำทุกอย่างเพื่อสร้างไทย       ให้ชาวไร่ชาวนาพ้นอาดูร

ให้คนไทยทุกคนพ้นทุกข์เข็ญ                 ให้ทวยไทยไพบูลย์นิจนิรันดร์

เป็นที่รู้ว่าทรงศักดิ์รักพสก                    ทรงหยิบยกปัญหาพาแก้ไข

       ทั้งในเมืองนอกเมืองเรื่องใกล้ไกล             ให้คนไทยพ้นทุกข์ที่เคยทน


       


นาวาเอก อัลเฟรด จอห์น ลอฟตัส หรือ กัปตันลอฟตัสชาวอังกฤษ  เป็นผู้หนึ่งที่เข้ามารับราชการในเมืองไทย เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๔ ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

     สิ่งที่กัปตันลอฟตัส แสดงความชื่นชมไว้เป็นพิเศษ ก็คือ พระราชกรณียกิจทั้งหลายของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น นอกจากจะเปี่ยมไปด้วยพระเมตตากรุณาต่อพสกนิกรชาวสยามแล้ว ยังทรงมีพระเมตตาไปถึงบรรดาครอบครัวชาวต่างชาติที่เข้ามารับราชการในหน่วยราชการต่างๆด้วย รวมทั้งผู้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากในต่างประเทศ เช่น การที่ทรงบริจาคพระราชทรัพย์ เพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ยากเมื่อครั้งเกิดแผ่นดินไหวที่เกาะชวา และเกิดทุพภิกขภัยในเมืองจีน เป็นต้น

๕)  พระภูมิพล… กำลังของแผ่นดิน



พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติในวันที่ 9 มิถุนายน 2489 ได้มีพระปฐมพระบรมราชโองการแก่ประชาชนชาวไทยในวันทรงกระทำพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 ว่า

“ เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม "

ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ตั้งมั่นในทศพิธราชธรรม ทรงอุทิศชีวิตทั้งชีวิตเพื่อประเทศชาติ และประชาชน


“เมื่อข้าพเจ้าเป็นนักเรียนอยู่ในยุโรป ข้าพเจ้าไม่เคยตระหนักว่า ประเทศของข้าพเจ้า คืออะไร และเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าแค่ไหน ไม่ทราบตราบจนกระทั่งข้าพเจ้าได้เรียนรู้ที่จะรักประชาชนของข้าพเจ้า เมื่อได้ติดต่อกับเขาเหล่านั้น ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าสำนึกในความรักอันมีค่ายิ่ง ข้าพเจ้าไม่เป็นโรคคิดถึงบ้านที่จริงจังอะไรนัก แต่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้โดยการทำงานที่นี่ว่าที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ คือ การที่ได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง”      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระประมุขที่เป็นศูนย์รวมใจของชาวไทยและยังทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวในโลกที่มิได้ปรากฏพระองค์เฉพาะในงานพระราชพิธีเท่านั้น แต่ทรงเข้าถึงจิตใจของประชาชนเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวที่ทรงงานหนักเพื่อประเทศชาติและประชาชนของพระองค์อย่างแท้จริงในสถานการณ์ปัจจุบัน คนไทยเราแบ่งเป็นหลายฝักหลายฝ่าย ต่างมีแนวความคิดที่แตกต่างกันจากเหตุการณ์ดังกล่าวจะมีบุคคลหนึ่งที่จะเป็นทุกข์กับความไม่สมานสามัคคีของคนไทย บุคคลผู้นั้นคือ ในหลวงของเรา ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่คนไทยทั้งประเทศจะร่วมมือร่วมใจกัน เสียสละ ทำอะไรถวายให้ในหลวงผู้เป็นที่รักยิ่งบ้าง

                                     “ทยยชาติยา   สมคคิย   สติ   สญชานเนน   โภชิสิย   รกขนติ  คนชาติไทยจะรักษาความเป็นไทยอยู่ได้ด้วยมีสติสำนึกอยู่ในความสามัคคี”

๖)  ในการดำเนินการรักษาเอกราชของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น  พระองค์ได้ทรงใช้วิธีการพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองทัดเทียมกับประเทศตะวันตก  อันเป็นเหตุให้ประเทศมหาอำนาจเหล่านั้นไม่สามารถดูถูกดูแคลนประเทศไทยได้ง่ายนัก  และยังทรงมีการติดต่อสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศเหล่านั้นอย่างใกล้ชิด  นอกจากนี้พระองค์ได้ทรงริเริ่มกิจการที่สำคัญๆ ขึ้นมากมาย  เช่น  การไฟฟ้า  การประปา  การคมนาคมสื่อสาร  การพัฒนาเศรษฐกิจ  การศึกษา   การจัดระเบียบการปกครอง  การทหาร  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงเลิกทาส  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความด้อยพัฒนาในประเทศไทย  โดยปราศยากการเสียเลือดเนื้อใดๆ ซึ่งพระราชกรณียกิจต่างๆ เหล่านี้ เป็นที่ประจักษ์ชัดในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกคน

) เอกลักษณ์ของคนไทย และความผูกพันในสถาบันพระมหากษัตริย์

           ๑.ความรักและเทิดทูนในชาติ  ศาสนา พระมหากษัตริย์ ถึงแม้ว่าคนไทยจะนับถือศาสนาที่แตกต่างกัน แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสงบสุข  ทั้งนี้เป็นเพราะชาวไทยมีองค์พระประมุขที่ทรงพระปรีชาสามารถในอันที่จะสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่ปวงชนชาวไทย

           ๒.ความรักอิสรภาพ เสรีภาพ และความเป็นไทย ชาวไทยได้พร้อมใจกันต่อสู้กับข้าศึกด้วยใจที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยว 

โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำชาวไทยต่อสู้ขับไล่ข้าศึกออกไปให้พ้นจากแผ่นดินไทย

           ๓.ความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ   คนไทยได้รับการอบรมสั่งสอนให้รู้จักการแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ 
และผู้ที่มี
ประโยชน์ต่อประเทศชาติ  พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาราษฎร์อย่างหาที่เปรียบมิได้

                เอกลักษณ์ของชาวไทยที่ได้ปฏิบัติกันมาอย่างสม่ำเสมอนี้  จะช่วยสนับสนุน และส่งเสริมให้สถาบันพระมหากษัตริย์
สามารถดำรงอยู่คู่ชาติไทยทั้งในอดีต  ปัจจุบัน  และอนาคต

๘)  “ ทูลกระหม่อมอาจารย์” องค์ผู้อำนวยการกองวิชาประวัติศาสตร์ ทรงปลูกฝังให้นักเรียนนายร้อยตระหนักถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์  เคยทรงกล่าวถึงเหตุผลที่นักเรียนนายร้อยต้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์ว่า ประวัติศาสตร์ทำให้เราเกิดวิญญาณของความเป็นไทย  ทำให้เข้าใจวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และความเป็นเอกราชที่บรรพบุรุษของเราได้สั่งสมและรักษาไว้ด้วยชีวิต  สิ่งเหล่านี้คือความภาคภูมิใจซึ่งคนไทยต้องระลึกอยู่เสมอ